วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ชะลอวัยง่ายๆ กับเมนูใกล้ตัว

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากปล่อยให้ตัวเองดูแก่กว่าวัย แล้วเรื่องไม่ยอมแก่นี่ล่ะค่ะ คงจะต้องยกให้สาวๆ กันเลย ก็ไม่ว่าสาวคนไหนก็อยากที่อยากจะดูสาว ดูสวยอยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมแพ้ให้กับตัวเลขของวัยที่เพิ่มขึ้นมาในทุกขณะ แม้ว่าหลายๆ ครั้ง อายุอาจจะขึ้นเลขหลายหลักกันไปแล้วก็ตาม แต่จะทำอย่างไรดี เมื่อสภาพร่างกายเปลี่ยนไปตามวันเวลา และริ้วรอยต่างๆ เริ่มถามหา เราจึงมีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายทำให้เราอยู่แบบแข็งแรงๆ และนานๆ มาฝาก



หยุดผิวเหี่ยวย่น
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น น้ำหล่อเลี้ยงผิวก็ลดลง ทำให้ผิวไม่เต่งตึงเหมือนดังก่อน “เต้าหู้” ขาวๆ อวบๆ นี่ล่ะค่ะช่วยได้ เพราะเต้าหู้มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง มีส่วนช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม ผิวพรรณผ่องใส ช่วยหยุดยั้งผิวที่ซีดเซียว เหี่ยวแห้งให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

หยุดผมขาวไม่น่ามอง
ผมที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีไปทีละเส้น อาจเป็นปัญหาที่คอยบั่นทอนความมั่นใจของคุณสาวๆ การย้อมผมอาจเป็นตัวช่วยหนึ่ง แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่ดีไม่แพ้กันคือ การรับประทาน “วอลนัท” เพราะวอลนัทอุดมไปด้วย ทองแดง และทองแดงนี้จะช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร

หยุดสายตาฝ้าฟาง     สล็อตออนไลน์
ปัญหาเรื่องสายตาเป็นปัญหาอันดับต้นๆ เลยนะคะ สำหรับผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งการดูแลรักษาดวงตานั้นเราควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ลองเลือกผลไม้ที่มีประโยชน์ตามนี้ค่ะ ผลไม้ที่จะช่วยบำรุงสายตาได้แก่ผลไม้ในตระกูลเบอรี่ โดยเฉพาะ “บลูเบอรี่” ค่ะ เพราะผลสีม่วงๆ ของบลูเบอรี่จะมีแอนโทไซยานิน (anthocyanin) อยู่ และสารนี้เองล่ะค่ะที่ช่วยในเรื่องของการมองเห็น หรือจะเลือกทานคู่กันกับ “แอปริคอท” ก็ได้ เพราะในแอปริคอทนั้นอุดมไปด้วยสารเบตาแคโรทีน ที่ช่วยชะลอการเสื่อมถอยของเลนส์ตา

หยุดอาการหลงๆ ลืมๆ
เดี๋ยวลืมโน่น ลืมนี้ ขนาดแว่นที่กำลังใส่อยู่ยังลืมได้… ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเซลล์สมองเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา แต่เราสามารถยืดอายุสมองให้ยาวนานได้ด้วยการรับประทาน “มะเขือม่วง” เพราะในเปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน (nasunin) สารที่มีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องเซลล์สมองของเราจากการถูกทำลาย เพื่อคงความปราดเปรื่องของสมองเราไว้ค่ะ

เมนูง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว หารับประทานได้ทั่วไปแบบนี้ล่ะค่ะ ที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์ของทั้งผิว ผมสายตา รวมทั้งสมองของเราให้อ่อนเยาว์และมีอายุยืนยาว อย่าลืมนำไปใช้กันด้วย

“อัลมอนด์” กับประโยชน์อัศจรรย์ที่ทำให้ถูกยกเป็น “ราชินีแห่งถั่ว”

เมื่อพูดถึงถั่ว อัลมอนด์ ถือเป็น “ราชินี” แห่งถั่ว ซูเปอร์ฟู้ดชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินอีและแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เซเลเนียม ทองแดง และไนอะซิน (niacin) เนื่องจากอัลมอนด์มีสารอาหารมากมายเช่นนี้ จึงทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการเช่นกัน



1. อาหารบำรุงสมองอันยอดเยี่ยม
อัลมอนด์มีแหล่งสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมอง มีการพิสูจน์แล้วว่า การรับประทานอัลมอนด์สัมพันธ์กับระดับสติปัญญาที่สูง ผู้คนเชื่อกันมานานแล้วว่า อัลมอนด์เป็นอาหารที่สำคัญต่อเด็ก ถั่วชนิดนี้ยังมีสารไรโบฟลาวิน (riboflavin) และแอลคาร์นิทีน (L-carnitine) ที่เพิ่มการทำงานของสมอง และสร้างการเชื่อมต่อของเส้นประสาทใหม่ๆ เพิ่มขึ้น (new neural pathway) ในขณะเดียวกัน ก็ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอัลไซเมอร์ นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า อัลมอนด์มีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาท และสุขภาพโดยรวมอย่างแท้จริง

2. ควบคุมคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ
การรับประทานอัลมอนด์เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL) และลดระดับของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ความสมดุลนี้สำคัญต่อสุขภาพของแต่ละบุคคล

3. ป้องกันสุขภาพของกระดูก
เนื่องจากอัลมอนด์มีฟอสฟอรัสมาก ทำให้ผู้ที่รับประทานอัลมอนด์มีสุขภาพดี รวมถึงฟันและกระดูกที่แข็งแรง อัลมอนด์ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุเป็นโรคกระดูกพรุนอีกด้วย  สล็อตออนไลน์

4. เพื่อหัวใจที่แข็งแรง
ควรรับประทานอัลมอนด์ให้มากขึ้นเป็นประจำ เพราะจะทำให้หัวใจแข็งแรง ถั่วชนิดนี้มีระดับโปรตีน โพแทสเซียม และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง ทั้งสามอย่างสำคัญต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะหัวใจ นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังเป็นแหล่งรวมของแมกนีเซียมและวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ส่วนประกอบทั้งสองจะช่วยป้องกันเราจากความเสี่ยงที่จะเกิดหัวใจวาย หรือโรคเกี่ยวกับหัวใจชนิดอื่น สารทั้งสองชนิดยังลดผลของซีรีแอคทีฟโปรตีน (C-reactive protein) ที่เป็นต้นเหตุของอาการอักเสบซึ่งทำให้หลอดเลือดแดงได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังมีกรดโฟลิก (folic acid) จำนวนมาก ที่สามารถลดระดับของสารโฮโมซีสทีน (homocysteine) ผลที่ตามมาก็คือ คราบไขมันไม่สามารถสะสมในหลอดเลือดแดงได้ นอกเหนือไปจากนั้น ผิวของอัลมอนด์ยังมีสารฟลาโวนอยด์ ( flavonoid) เมื่อมีสารนี้ร่วมกับวิตามินอี อาจเป็นเกราะป้องกันความเสียหายที่มีต่อผนังหลอดเลือดแดงได้

5. เกราะป้องกันระบบภูมิคุ้มกัน
เพื่อที่จะมีสุขภาพแข็งแรง และมีระบบภูมิคุ้มที่ดี การทำให้ร่างกายมีภาวะเป็นด่างจึงสำคัญ อัลมอนด์มีสารอัลคาไลน์อยู่มาก หมายความว่าการรับประทานถั่วมากๆ จะช่วยไม่ให้เป็นโรคต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อรับประทานอัลมอนด์กันกับ วิตามินซี ร่างกายจะกำจัดสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจทำลายเซลล์ในร่างกาย เราจึงปลอดภัยจากโรคเรื้อรัง แม้กระทั่งโรคที่รุนแรงอย่างโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจ

6. นักสู้ต้านมะเร็ง
อัลมอนด์ที่มีใยอาหารสูง ช่วยการทำงานของระบบขับถ่ายและการเคลื่อนที่ของอาหารในลำไส้ใหญ่ ดังนั้น จึงป้องกันการก่อตัวและเกิดขึ้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่ นักวิจัยได้พิสูจน์แล้วว่า อาหารที่มีใยอาหารสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ที่ต่ำกว่า